ประหยัดภาษีเต็มที่ ด้วย LTF – RMF

หลายท่านคงทราบดีแล้ว ว่าผู้มีรายได้สามารถลดหย่อนภาษีที่ต้องจ่ายในแต่ละปีด้วยการซื้อกองทุน LTF และ กองทุน RMF ได้ แต่พอถึงเวลาจะซื้อจริง กลับไม่ทราบว่าควรจะซื้อเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่เพื่อจะได้ลดหย่อนภาษีได้ตามความต้องการ โดยกังวลไปว่าถ้าซื้อน้อยไปก็กลัวว่าจะใช้สิทธิ์ไม่เต็มที่ หากซื้อมากเกินไปก็อาจไม่คุ้มค่ากับเงินที่ต้องลงทุนไป และถ้าซื้อเกินกว่าที่เพดานกำหนด ก็จะไม่เกิดประโยชน์อันใด แต่กลับจะสร้างความยุ่งยากเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะต้องนำกำไรจากการขายหน่วยลงทุนคืน ตามจำนวนเงินที่ซื้อเกินไปนั้นไปเสียภาษีด้วย

ที่สำคัญ การลงทุนใน กองทุน RMF จำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี อีกด้วย นั่นหมายถึงเราจะต้องเสียเงินส่วนนี้ไปกับการลงทุนทุกๆ ปี ซึ่งต่างกับการซื้อ กองทุน LTF ที่ซื้อครั้งเดียวและลดหย่อนไปปีต่อปี แต่การถือครองก็มีระยะเวลาที่นานขึ้นนั่นเอง ดู กองทุนลดหย่อนภาษีประเภทไหนเหมาะกับคุณ

สิทธิประโยชน์ทางภาษี กองทุน LTF/RMF

สิทธิประโยชน์จากการซื้อ กองทุน LTF หรือ กองทุน RMF นั้นจะช่วยให้คุณประหยัดภาษีได้ถึง 2 ต่อ โดย

  • นำไปรวมเป็นค่าลดหย่อน ในส่วนของ ค่าซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว และค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งจะมีผลให้เงินได้สุทธิที่จะนำไปคำนวณภาษีนั้นลดลง ตามจำนวนเงินที่เราซื้อกองทุนไป
  • ผลกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนเมื่อครบกำหนด (capital gain) ไม่ต้องเสียภาษี จึงไม่ต้องนำรายได้ดังกล่าวไปรวมเป็นเงินได้เพื่อคำนวณภาษีแต่อย่างใด

หากเราวางแผนการลงทุน จะสามารถใช้กองทุน LTF/RMF เป็นเครื่องมือในการลดหย่อนภาษีได้ตั้งแต่ 5% – 35% ของเงินลงทุนเลย แต่จะสามารถลดหย่อนภาษีได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับฐานภาษีสูงสุดของผู้ลงทุนเองว่าอยู่ที่อัตราเท่าไหร่ โดยในปี 2556 เป็นต้นไปได้มีการปรับฐานภาษีใหม่ให้เหลือระดับ 5% – 35% ซึ่งลดลงจากอัตรา 10% – 37% ในปี 2555 สำหรับคนที่มีฐานภาษีสูงๆ การซื้อกองทุนประเภท LTF/RMF สามารถช่วยประหยัดภาษีได้มาก อีกทั้งยังเปิดโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มอีกจึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทีเดียว

ในการซื้อกองทุน LTF/RMF จะสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้เฉพาะในปีที่ซื้อเท่านั้น เมื่อซื้อกองทุนแล้วต้องไม่ลืมที่จะนำเงินส่วนที่ลงทุนใน LTF/RMF ไปใส่เป็นค่าลดหย่อนสำหรับปีภาษีนั้นด้วย ดังนั้นหากเราต้องการลดหย่อนภาษีทุกปี ก็จำเป็นต้องซื้อกองทุน LTF/RMF เพิ่มทุกปีเช่นกัน

กองทุนใหม่ กองทุนเปิดใหม่ กองทุนออกใหม่

ซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี เท่าไหร่ถึงจะคุ้ม

ทั้ง กองทุน LTF และ กองทุน RMF นั้นมีข้อจำกัดให้ซื้อได้ไม่เกิน 15% ของรายได้รวมทั้งปี ก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกองทุนละ 500,000 บาท โดยที่ กองทุน LTF นั้นไม่นับรวมกับเงินสะสมใดๆ แต่ในขณะที่ กองทุน RMF นั้นจะนับรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (provident fund) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ และกองทุนสงเคราะห์ตามกฏหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน

กรณีถ้ามีรายได้รวมทั้งปี 1,000,000 บาท ก็จะสามารถซื้อกองทุน LTF ได้ไม่เกิน 150,000 บาท และยังสามารถซื้อกองทุน RMF ได้อีกไม่เกิน 150,000 บาท

ทำอย่างไรเมื่อซื้อกองทุนเกินกำหนด

หากมีการลงทุนใน mutual fund เกินกำหนดสูงสุดของทั้งกองทุน LTF และ RMF ก็จะสร้างความยุ่งยากในภายหลัง เพราะจำนวนเงินส่วนเกินที่ซื้อไป จะไม่ได้รับสิทธิ์ในลดหย่อนภาษี และยังต้องเสียภาษีหากมีกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนนั้น นั่นหมายความว่า เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนหน่วยลงทุนในอีก 5 ปีข้างหน้า หากมีกำไรจากส่วนต่างของราคาที่เรียกว่า capital gain จะต้องนำกำไร นับเฉพาะส่วนจากเงินส่วนที่ลงทุนเกินกำหนด ไปรวมเพื่อคำนวณภาษีเงินได้ของปีนั้นด้วย

เครื่องมือช่วยคำนวณภาษี ในเบื้องต้น คุณสามารถใช้ โปรแกรมคำนวณภาษี แบบออนไลน์ของโครงการ ให้เงินทำงาน ผ่านกองทุนรวม ในการคำนวณภาษีเงินได้ของคุณ พร้อมจำนวนสูงสุดที่สามารถลงทุนในกองทุน LTF และ RMF ได้อย่างรวดเร็ว

กองทุนเปิดใหม่ ล่าสุด IPO ทุกวัน

No. ชื่อกองทุน บลจ. สิ้นสุดการขาย

Update กองทุนใหม่ รู้ก่อนใคร IPO วันนี้

Program คำนวนภาษีเงินได้

Download โปรแกรมคำนวณเงินได้ เพื่อเป็นแนวทางในการซื้อ RMF LTF สำหรับการคำนวณเพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้

โปรแกรมคำนวณภาษี
โปรแกรมคำนวณเงินออมหลังเกษียณอายุ