ทองจะลงอีก รีบปรับสัดส่วนลงทุน

KTAM คาดทองลงอีก แนะปรับสัดส่วนลงทุนเหลือ 5 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้จัดการกองทุน บลจ.กรุงไทย มองระยะสั้นราคาทองเตรียมปรับตัวลดลงอีกแม้สัปดาห์ที่ผ่านมารีบาวด์ขึ้นเล็กน้อยจากแรงซื้อ พร้อมมองแนวต้านอยู่ที่ 1,309 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับอยู่ที่ 1,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์้ ขณะที่แรงซื้อแรงขายกองทุนทองคำยังมีไม่มาก คาดนักลงทุนรอจังหวะเก็บของถูกเข้าพอร์ต

นายพีรพงศ์ กิจจาการ ผู้จัดการกองทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แรงซื้อกองทุนที่ลงทุนในทองคำไม่ว่าจะเป็น ETF และกองทุนรวมนั้นก็มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนพอสมควรแต่ก็ถือว่ายังไม่มากจนน่าตกใจ ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าราคาทองคำ ณ ปัจจุบันยังมีโอกาสปรับลงต่อได้อีก โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองมีการปรับขึ้นเล็กน้อยจากแรงซื้อ

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์หลายสำนักเริ่มมีการปรับประมาณการณ์ราคาทองกันเป็นจำนวนมาก โดยเรามองว่าราคาทองคำจะมีโอกาสกลับขึ้นไปทดสอบที่ 1,420 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวต้านอยู่ที่ 1,309 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับอยู่ที่ 1,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ปัจจัยที่สนับให้ราคาทองคำไปต่อนั้นก็คืออัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ควาเสี่ยงในยูโรโซนยังมีอยู่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ประเทศตลาดเกิดใหม่ต้องการถือทองคำเพิ่มทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามา

ขณะที่ปัจจัยลบที่ส่งผลต่อราคาทองคำนั้นก็คือ แรงเทขายจากกองทุน SPDR ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน-12 เมษายน ที่ผ่านมากว่า 53.5 ตัน คิดเป็นเงิน 2,500 ล้านเหรีญสหรัฐฯ ซึ่งแนวโน้มคาดการณ์ว่าอาจจะมีการเทขายเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันสภาพคล่องที่ไหลเข้ามาลงทุนในทองคำตั้งแต่สหรัฐฯออกมาตรการ QE3 นั้นเริ่มกลับเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นเพิ่ม เนื่องจากสินทรัพย์ประเภทอื่นเริ่มให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในทองคำ นอกจากนี้เรื่องการเทขายทองของไซปรัส และอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็มีผลต่อการปรับลงของราคาทองคำด้วยเช่นกัน

นายพีรพงศ์ กล่าวต่อว่า เราประเมินว่าในระยะสั้นนี้ราคาทองน่าจะปรับตัวลงต่อ แต่ในระยะกลางความเสี่ยงเรื่องราคาจะปรับลดลง สำหรับการจัดพอร์ตการลงทุนในทองคำช่วงนี้เชื่อว่า ในระยะกลางนักลงทุนควรทยอยลงทุนและถือไว้ในพอร์ตประมาณ 10-15% ส่วนการลงทุนในช่วงนี้น่าจะมีอยู่ในพอร์ตประมาณ 5%

ทางด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าในระยะข้างหน้าตลาดทองคำยังคงต้องเตรียมรับมือกับภาวะผันผวน เนื่องจากตัวแปร/เงื่อนไขที่จะเอื้อต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดทองคำอาจจะไม่เกิดขึ้นในจังหวะเวลาที่สอดคล้องกัน โดยอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นของแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและวิกฤตหนี้ยูโรโซน ตลอดจนภาวะเงินเฟ้อในหลายประเทศที่เป็นแกนนำของโลก ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ

ดังนั้น แม้ตลาดน่าจะรับรู้ตัวแปรจากมาตรการ QE ของเฟดไปแล้วในระดับหนึ่ง แต่คงต้องประเมินสัญญาณความต่อเนื่องของการใช้ QE จากเฟด รวมถึงทิศทางที่ชัดเจนขึ้นของการเยียวยาปัญหาเศรษฐกิจ/เงินฝืดในญี่ปุ่น และปัญหาหนี้ในยูโรโซนประกอบด้วย เพราะต้องยอมรับว่า ปัจจัยเหล่านี้ย่อมจะย้อนกลับมามีผลในการกำหนดทิศทางเงินดอลลาร์ และราคาทองคำในช่วงนับจากนี้เช่นกัน

โดยนอกจากจะต้องจับตาทิศทางการซื้อ-ขายในระยะสั้นแล้ว การประเมินสถานการณ์ตลาดทองคำยังอาจต้องจับสัญญาณปัจจัยพื้นฐาน เช่น สถานการณ์วิกฤตหนี้ยูโรโซน ความเสี่ยงเงินเฟ้อ และผลตอบแทนของสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่อื่นๆ โดยเปรียบเทียบกับทองคำประกอบด้วย

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

กองทุนเปิดใหม่ ล่าสุด IPO ทุกวัน

No. ชื่อกองทุน บลจ. สิ้นสุดการขาย

Update กองทุนใหม่ รู้ก่อนใคร IPO วันนี้

Program คำนวนภาษีเงินได้

Download โปรแกรมคำนวณเงินได้ เพื่อเป็นแนวทางในการซื้อ RMF LTF สำหรับการคำนวณเพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้

โปรแกรมคำนวณภาษี
โปรแกรมคำนวณเงินออมหลังเกษียณอายุ