ตลาดหุ้นไทยยังไปต่อได้

ตลาดหุ้นไทยยังไปต่อได้ในปีนี้ เหตุเงินยังไหลเข้าเอเชีย ระบุ ราคาหุ้นปัจจุบัน ถือว่ายังไม่สูงเมื่อเทียบกับอดีต และ ศก.มีการเติบโตอย่างแท้จริง มองเป้าดัชนีปีนี้ 1350 – 1550 จุด ซึ่งนางสาวปราณี ศรีมหาลาภ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการลงทุนตราสารทุนภายในประเทศ บลจ.ยูโอบี (ไทย) เปิดเผยว่า

กองทุนเปิดยูโอบี สมาร์ท ดิวิเดนด์-โฟกัส อิควิตี้ ฟันด์ (UOBSDF) ให้ผลตอบแทนในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 66.38% ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาประมาณ 35% ถือว่าสร้างผลตอบแทนได้ดีมากในกลุ่มกองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก โดยกลยุทธ์การลงทุนของบริษัทที่เน้นลงทุนในหุ้น 100% ในปีที่ผ่านมา และเลือกลงทุนในหุ้นที่มีคุณภาพ มีการจ่ายปันผลดี มีหนี้ต่ำ โดยให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลมากกว่า 4% รองลงมาคือ กลุ่มพลังงาน กลุ่มอุปโภคบริโภคที่ เติบโตขึ้นจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ในปีนี้แม้ว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นมามากแล้วแต่บริษัทยังมองว่าทิศทางตลาดหุ้นไทยยังสามารถปรับตัวขึ้นต่อเนื่องได้ โดยมองกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีปีนี้ไว้ที่ 1,350 – 1,550 จุด

ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยเทรดที่สัดส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ที่ประมาณ 13 เท่า ถือว่าเป็นระดับที่เหมาะสมยังไม่แพงเมื่อเทียบกับอดีต และการเติบโตที่แท้จริงของเศรษฐกิจในประทศ จึงเชื่อว่ายังไม่ฟองสบู่ แต่เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดโลกที่สูงมากทำให้เงินเข้าเจ้าลงทุนในเอเชียจำนวนมาก ดังนั้นตลาดหุ้นยังน่าจะปรับตัวไปต่อได้อีกแม้จะไม่ร้อนแรงมากเท่าในปีที่ผ่านมาก็ตาม

นายสุรสีห์ จงไชโย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารกองทุน สายงานการจัดการลงทุน บลจ.ฟินันซ่า กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยแม้จะปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องหลังวิกฤติตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน แต่หากมองตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันถือว่ายังไม่แพงและยังสามารถลงทุนได้ โดยบริษัทมองเป้าดัชนีเดิมไว้ที่ 1,471 จุด (กำไรบริษัทจดทะเบียน 105 บาท * 14 เท่า ) และกำลังรอดูงบไตรมาสที่1/56 อีกครั้ง หากกำไรบริษัทจดทะเบียนยังมีแนวโน้มเติบโตดีอาจจะมีการทบทวนเพื่อปรับเป้าหมายดัชนีขึ้นอีกได้เช่นกัน แม้ตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องแต่ต้องไม่ลืมว่าในอดีตตลาดหุ้นไทยเทรดที่ส่วนลด (Discount) จากตลาดถูมิภาคประมาณ 20% แต่ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยขึ้นมาซื้อขายใกล้เคียงกับตลาดหุ้นในภูมิภาคแล้วการที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาก็มีเหตุผล แล้วถ้าดู P/E ปัจจุบันที่ประมาณ 14 เท่า คิดเป็น อัตราผลตอบแทนของตลาด (Earning Yield Gap) ประมาณ 7% ก็ยังไม่ถือว่าแพงเพียงแต่หุ้นไทยอาจจะขึ้นมาเร็วในช่วงที่ผ่านมาเท่านั้นเอง

หากมองผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 17% ต่อปี ซึ่งถือว่าปกติ ตลาดหุ้นไทยปิดสิ้นปี55 ที่ระดับ 1,391 จุด ถ้าจะบวกจากดัชนีสิ้นปีอีกประมาณ 10% ก็ถือว่าปกติ เช่นเดียวกันความเสี่ยงในขาลง (Downside) มองไว้ไม่มากเช่นกัน หากมีปัจจัยมากระทบต่อตลาดหุ้นแล้วทำให้ตลาดหุ้นไทยลงไปเทรดที่ P/E ประมาณ 13 เท่า ดัชนีก็น่าจะปรับตัวลงไปได้อีกประมาณ 100 จุด จากเป้าหมายที่มองไว้ในปัจจุบัน

ที่มา ASTV ผู้จัดการออนไลน์

กองทุนเปิดใหม่ ล่าสุด IPO ทุกวัน

No. ชื่อกองทุน บลจ. สิ้นสุดการขาย

Update กองทุนใหม่ รู้ก่อนใคร IPO วันนี้

Program คำนวนภาษีเงินได้

Download โปรแกรมคำนวณเงินได้ เพื่อเป็นแนวทางในการซื้อ RMF LTF สำหรับการคำนวณเพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้

โปรแกรมคำนวณภาษี
โปรแกรมคำนวณเงินออมหลังเกษียณอายุ