ดัชนีฯ แกว่งตัวกรอบแคบในแดนลบ

ภาวะตลาดวานนี้ ดัชนีฯแกว่งตัวกรอบแคบในแดนลบเกือบตลอดทั้งวัน โดยมีแรงขายหุ้นกลุ่มสื่อสารเป็นตัวถ่วงแต่ในช่วงท้าย ดัชนีฯ สามารถพลิกกลับมายืนแดนบวกและปิดบวกได้ ด้วยแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์เป็นตัวหนุน โดยขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดของวันที่ระดับ 1,072.21 จุด ส่วนดัชนีจุดต่ำสุดของวันอยู่ที่ 1,061.92จุด และปิดที่ระดับ 1,072.21 จุด เพิ่มขึ้น 3.49 จุด (+0.33%) มูลค่าซื้อขาย 2.47 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 257 ล้านบาท

ภาวะตลาดวันนี้ SET มีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้นต่อแต่คาดว่าจะอยู่ในกรอบจำกัด (รวมทั้งต้องระวังความผันผวน) ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคเช้านี้ส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก หลังจีนรายงานอัตราเงินเฟ้อในเดือนส.ค. 6.2% เป็นไปตามตลาดคาดและลดลงจากเดือนก่อนหน้า (บ่งชี้เงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุดแล้ว?) รวมทั้งแรงซื้อหุ้นในกลุ่มที่มีข่าวหนุนอย่างไอซีที (ความคืบหน้าเปิดประมูลใบอนุญาต 3G ใหม่ในปีหน้า เลือก ADVANC เป็นหุ้นเด่น) พัฒนาที่อยู่อาศัย (รอรับข่าวนโยบายรัฐในโครงการบ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0% หรือ/และ ได้ลดหย่อนภาษี 3 แสนบาท เลือก LPN, PS,SPALI เป็นหุ้นเด่น) และ ยานยนต์ (โตโยต้าญี่ปุ่นอาจต้องนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานโตโยต้าในไทนเพื่อนำไปจำหน่ายในญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศ หลังจากเงินเยนแข็งค่า คาดส่งผลบวกต่อ SAT และ STANLY)

อย่างไรก็ตาม SET ยังมีความเสี่ยงต่อการผันผวนจากความกังวลต่อปัจจัยภายนอก (ตลาดหุ้นสหรัฐและราคาน้ำมันดิบปรับลดลงเมื่อคืนนี้ หลังการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานเฟดไม่ได้บ่งชี้ถึงมาตรการใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ตลาดยังคาดหวังว่าน่าจะมีในการประชุมเฟดปลายเดือนนี้ รวมทั้งการเสนอมาตรการจ้างงานของประธานาธิบดีโอบามายังเป็นสิ่งที่ท้าทายว่าสภาคองเกรซจะผ่านกฎหมายซึ่งประกอบด้วยการปรับลดภาษีหรือไม่) จึงคาดดัชนีฯ ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบ 1080-1084 จุด แต่เราเห็นว่าน่าจะเป็นระดับที่ควรแบ่งขายทำกำไรบางส่วน ด้วยความเสี่ยงปัจจัยภายนอกเรื่องเดิมยังไม่หมดไป ทั้งวิกฤติหนี้ยูโรโซน และความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ โดยนักลงทุนยังรอการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงวันที่ 20-21 ก.ย.นี้ ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่อย่างไร ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุน เก็งกำไรตามรอบของดัชนีฯ ในกลุ่มที่มีข่าวหนุน และแบ่งขายทำกำไรที่บริเวณแนวต้าน (1080-1084) โดยกลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจ คือ กลุ่มไอซีที (ADVANC, DTAC, TRUE) กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (LPN, PS, SPALI) และกลุ่มยานยนต์ (SAT, STANLY) รวมทั้งหุ้นกลุ่มอิงกระแสการบริโภคในประเทศ และกลุ่มปลอดภัยปันผลตอบแทนดี อย่าง KBANK, SCB, BLA, SIRI, HMPRO, BEC, STEC, CPF,GFPT, AIT, MCS, TMT, MODERN

ที่มา bangkokbiznews.com โดย บล.เคที ซีมิโก้

กองทุนเปิดใหม่ ล่าสุด IPO ทุกวัน

No. ชื่อกองทุน บลจ. สิ้นสุดการขาย

Update กองทุนใหม่ รู้ก่อนใคร IPO วันนี้

Program คำนวนภาษีเงินได้

Download โปรแกรมคำนวณเงินได้ เพื่อเป็นแนวทางในการซื้อ RMF LTF สำหรับการคำนวณเพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้

โปรแกรมคำนวณภาษี
โปรแกรมคำนวณเงินออมหลังเกษียณอายุ