ระวังกองทุนแชร์ลูกโซ่

ธุรกิจตุ๋นเงินปรับโฉม คราวนี้มาในรูปกองทุนรวม อ้างอิงบริษัทที่มีอยู่จริงในต่างประเทศ ทำ Link ไปยังหน่วยงานด้านกองทุนของไทย รวมถึงเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ หวังสร้างความน่าเชื่อถือ ทำเอา ก.ล.ต.และสมาคมบริษัทจัดการลงทุนของไทยเต้น เร่งตรวจสอบ พร้อมแนะขัอสังเกตที่ผิดปกติจากเครือข่ายเหล่านี้ เตือนผลตอบแทนสูงขนาดนี้ไม่มีใครในโลกทำได้ เว้นแต่ “แชร์ลูกโซ่” ด้านตำรวจปอศ.แนะแจ้งความ

การเข้าจับกุมแชร์ลูกโซ่เครือข่ายต่างๆ แม้จะมีให้เห็นอยู่อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นแชร์ลอตเตอรี่ แชร์น้ำหอม ค้าเงิน ค้าน้ำมันและอื่นๆ เมื่อรายเก่าถูกปิดไป ก็มีรายใหม่ผุดขึ้นมา หมุนเวียนหลอกเอาเงินทั้งคนที่รู้และไม่รู้ ภายใต้ความโลภของคนที่ต้องการลงทุนน้อยแล้วได้ผลตอบแทนมาก เครือข่ายของ “เงินสดง่ายๆ” ที่ยอดพีระมิดกำลังใกล้ล่มสลาย และมีการร้องเรียนเรื่องนี้ไปที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) และอยู่ในระหว่างการติดตามข้อมูล

ขณะที่เครือข่ายเหล่านี้จำนวนหนึ่งกำลังเตรียมการโยกย้ายไปยังบ้านหลังใหม่ “กำไรจากเงินสด” หลังจากที่สมาชิกที่เข้าร่วมลงทุนในบ้านหลังเดิมเริ่มไม่ได้รับเงินส่วนแบ่งตามสัญญา จากคำเชิญชวนลงทุนเพียง 1,000 เหรียญสหรัฐ ครบ 1 ปีได้เงิน 55,000 เหรียญสหรัฐ หรือใช้เงินลงทุนราว 30,000 บาท แล้วได้เงิน 1,650,000 บาท มาเป็นลงทุน 1,000 เหรียญ เพียง 90 วัน ได้รับผลตอบแทนราว 2,700 เหรียญ ใครที่เห็นตัวเลขของผลตอบแทนย่อมตาโตเป็นเรื่องปกติ จนลืมนึกถึงความเป็นจริงและความเป็นไปได้ว่าเขาเอาเงินของท่านไปลงทุนอะไรและลงทุนจริงหรือไม่

โฉมใหม่กองทุนรวม

นอกเหนือไปจากคำกล่าวอ้างว่านำเงินไปลงทุนในอัตราแลกเปลี่ยน (Forex) แล้ว ยังมีเครือข่ายอื่นๆ ที่ได้สร้างเป้าหมายของการลงทุนว่าเป็นกองทุนรวม นำเงินไปลงทุนต่างประเทศ โดยเป็นกองทุนไร้ความเสี่ยง ประกันเงินลงทุน 100% กองทุนนี้มีอายุ 2 ปี จ่ายเงินปันผลรายวัน ทำเงิน 10 ล้านบาทใน 2 ปี

คำว่า “กองทุนรวม” นี้ ทำเอาสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ถึงกับนั่งไม่ติด เนื่องจากช่องทางการลงทุนดังกล่าวมีการระบุชื่อถึงบริษัทที่มีตัวตนอยู่จริงในต่างประเทศ ที่มีวิว ทิวทัศน์สวยงาม ที่ละครดังของไทยไปถ่ายทำในประเทศนี้มาแล้ว และชื่อยังใกล้เคียงกับบริษัทใหญ่ในสหรัฐฯ อย่างมอร์แกน สแตนเลย์

หากพิจารณาจากตารางเชิญชวนกับเงินลงทุนที่คิดเป็นเงินบาท 142,275 บาท กับผลตอบแทนที่ได้รับเมื่อครบ 2 ปีจะได้รับเงิน 686,839 บาท คิดเป็นผลตอบแทนทั้งสิ้น 380% หรือปีละ 190% ที่ผ่านมาคนไทยคุ้นเคยกับกองทุนรวมมาไม่น้อยกว่า 20 ปี ดังนั้นชื่อของกองทุนรวมจึงเป็นที่รับรู้ของคนไทยระดับหนึ่ง ยิ่งมาตอกย้ำด้วยคำว่ากองทุนไร้ความเสี่ยง ประกันเงินลงทุน 100% ยิ่งเรียกลูกค้าคนไทยได้ง่ายขึ้น

รวมไปถึงวิธีการทำการตลาดที่ใช้โรงแรมหรูกลางกรุงเทพฯ เป็นสถานที่จัดงานเปิดตัว และยังมีการทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก หรือ blogspot รวมไปถึงการแสดงภาพที่บริษัทแห่งนี้ได้พาสมาชิกเดินทางไปดูงานและท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ไม่แตกต่างกับบริษัททั่วไปที่มอบรางวัลให้กับตัวแทนที่สามารถทำยอดได้ตามเป้าที่บริษัทกำหนดไว้

ความน่าเชื่อถือถูกออกแบบผ่านโลกของ Social Network ด้วยการหาข้อมูลด้านการลงทุน กองทุนรวม โดยเชื่อมโยงหรือทำ Link กับเว็บไซต์ของกองทุนรวมที่ถูกต้องตามกฎหมายและยังทำ Link ข้อมูลกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการแจกแจงถึงเงินลงทุน แบ่งเป็น 70% ลงทุนในตราสารหนี้ ที่เหลือลงทุนในการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ทองคำ ตราสารอนุพันธ์และหุ้นชื่อดังในสหรัฐอเมริกา

เมื่อตรวจสอบลงไปถึงสำนักงานที่ตั้งของกิจการแห่งนี้ กลับไม่พบรายละเอียดกำหนดไว้ ทุกอย่างจะต้องผ่านการติดต่อทางโทรศัพท์กับบุคคลที่ทิ้งชื่อไว้บนเว็บไซต์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเว็บไซต์ที่เปิดให้ฝากประกาศหรือโฆษณาฟรี หรือมีการเปิดเฟซบุ๊กต่างๆ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ

ทำไมนักลงทุนไม่นิยม กองทุนรวม

กองทุนไร้ความเสี่ยง-ไม่มี

ส่วนที่ระบุว่าเป็น “กองทุนไร้ความเสี่ยง ประกันเงินลงทุน 100%” สำหรับในประเทศไทยแล้วกองทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับนโยบายลงทุนว่าเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย แต่สิ่งที่ใกล้เคียงกับกองทุนรวมในเมืองไทย คือ เมืองไทยมีกองทุนคุ้มครองเงินต้น โดยจะแบ่งสัดส่วนการลงทุนเอาไว้โดยเลือกที่จะลงทุนในตลาดตราสารหนี้สัดส่วนที่เกินกว่า 80% บางกองลงทุนทั้ง 100%

“ที่บอกว่า 70% ของเงินต้นลงทุนในตราสารหนี้เมื่อครบ 2 ปี ได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นมา 30% เพื่อเติมเงินต้นให้ครบ 100% ที่เหลืออีก 30% ของเงินต้นนำไปลงทุนด้านอื่นๆ เพื่อให้ผลตอบแทนงอกเงยเพิ่มขึ้น ตอบได้เลยว่าเป็นไปไม่ได้” ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุนรายใหญ่แห่งหนึ่งกล่าว

พร้อมทั้งอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า แค่เมืองไทยยังทำยาก บ้านเราผลตอบแทนจากตราสารหนี้ปีหนึ่งมีเพียง 2-3% ให้บริหารอีก 10 ปีก็ยังทำไม่ได้ 30% ยิ่งบอกว่าลงทุนในตราสารหนี้อย่างในสหรัฐฯ หรือยุโรป รวมถึงประเทศในแถบเอเชียที่ส่วนใหญ่ก็มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมา ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะอัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศส่วนใหญ่ต่ำกว่าประเทศไทยมาก อย่างสหรัฐฯ เกือบจะเหลือ 0% แล้ว ข้ออ้างเหล่านี้จะเป็นจริงได้อย่างไร

ลูกค้าหลายรายได้เข้ามาปรึกษาถึงปัญหาเหล่านี้ เนื่องจากได้รับการติดต่อหรือเชิญให้ไปฟังบรรยาย เราได้แค่บอกว่าอย่าไปลงทุน เพราะขนาดเราเป็นคนบริหารเงินของกองทุนรวม ผลตอบแทนที่ผ่านมายังทำได้ระดับหนึ่งตามสภาพตลาด และคนที่บริหารกองทุนเก่งๆ ของโลกยังทำผลตอบแทนในระดับนี้ไม่ได้เลย

ที่มา www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9560000060546

กองทุนเปิดใหม่ ล่าสุด IPO ทุกวัน

No. ชื่อกองทุน บลจ. สิ้นสุดการขาย

Update กองทุนใหม่ รู้ก่อนใคร IPO วันนี้

Program คำนวนภาษีเงินได้

Download โปรแกรมคำนวณเงินได้ เพื่อเป็นแนวทางในการซื้อ RMF LTF สำหรับการคำนวณเพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้

โปรแกรมคำนวณภาษี
โปรแกรมคำนวณเงินออมหลังเกษียณอายุ